มือถือ

    ทราบหรือไม่…? 5 ความเชื่อที่คนส่วนใหญ่มักเข้าผิดเกี่ยวกับ สมาร์ทโฟน

    สมาร์ทโฟน หรือ โทรศัพท์มือถือ เป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในการติดต่อสื่อสารและการประกอบอาชีพ ซึ่งแทบจะทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือไว้ครอบครองบางคนมีหลายเครื่องด้วยซ้ำไป และจะเห็นได้ว่าโทรศัพท์มือถือแต่บริษัทจะมีการพัฒนารูปแบบและการใช้งานในแต่ละปีหลากหลายชนิด ราคาก็จะแตกต่างตามคุณภาพ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วทุกบริษัทจะออกแบบให้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด ซึ่งราคาอย่างถูกก็หลักพันบาท ดังนั้นหลายคนจึงรักษาอย่างดี ทว่าทราบไหม…? บางความเชื่อก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อสมาร์ตโฟน ในบทความนี้จึงได้รวบรวม 5 ความเชื่อที่คนใช้โทรศัพท์มือถือเข้าใจผิดมาบอกต่อ ดังนี้

    สมาร์ทโฟน

    รวม 5 ความเชื่อที่คนใช้ สมาร์ทโฟน เข้าใจผิด

    1. ไม่นำบัตรเครดิตไว้ใกล้โทรศัพท์มือถือ ในความเชื่อนี้คือสมาร์ตโฟนจะส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปทำลายแถบแม่เหล็กของบัตรเครดิตได้ ในส่วนของความเป็นจริงโทรศัพท์มือถือมีส่วนที่เป็นแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่บริเวณลำโพงจุดเดียวจึงไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะไปทำลายแถบแม่เหล็กบนบัตรเครดิตได้ 
    2. โทรศัพท์มือถือมีคลื่นแม่เหล็กเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งที่ได้ยินกันอย่างหนาหู คือ คลื่นไฟฟ้าในโทรศัพท์มือถือจะก่อให้เกิดมะเร็งและสำหรับผู้หญิงมีครรภ์เป็นอันตรายกับทารกได้ แต่จากการตรวจสอบของกรมอนามัยโลกได้กล่าวไว้ว่า “ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดว่าสมาร์ทโฟนสามารถเกิดอันตรายดังกล่าวได้” นั้นเอง 
    3. แผ่นเช็ดทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของน้ำยาฆ่าเชื้อสามารถทำให้หน้าจอพังเสียหายได้ ในข้อนี้หลายบริษัทโทรศัพท์มือถือได้ออกมายืนยันแล้วว่าสามารถใช้แผ่นเช็ดที่มีส่วนผสมของน้ำยาฆ่าเชื้อได้ หนึ่งในนั้นคือ Apple นั้นเอง 
    4. คลื่นไฟฟ้าจากโทรศัพท์มือถือสามารถทำให้ไข่ดิบสุกได้ หลายคนที่มีความเชื่อในข้อนี้อาจจะเคยเห็นคลิป VDO การทำไข่สุกด้วยโทรศัพท์มือถือ ทว่าโทรศัพท์มือถือมีคลื่นพลังงานไม่เพียงพอที่จะทำไขสุกได้ ดังนั้นควรเสพข่าวอย่างมีสติ 
    5. WI-FI สาธารณะปลอดภัย  การใช้ WF-FI ฟรีไม่ได้มีความปลอดภัยอย่างที่คิด เนื่องจากทุกคนไม่สามารถทราบได้ว่าจุดกำเนิดสัญญาณมาจากที่ใด ข้อควรระวังไม่ควรใช้ WI-FI ฟรีในการทำธุรกรรมการเงิน เพราะจะเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูลทางการเงินได้ง่าย

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และไม่ต้องซื้อเครื่องดนตรีก็ทำเสียงเพลงเองได้ด้วยแอพพลิเคชั่น GarangBrand อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    โน็ตบุค

    Acer Nitro 5 หลุดสเปคล่าสุด Ryzen 7+RTX 3080 โผล่ที่เยอรมัน!

    Acer Nitro 5 ถือเป็นซีรีย์ Gaming Notebook ที่เหล่าเกมเมอร์หลายคนต่างรอคอยแทบทุกปี ซึ่งโดยปกติ ข้อมูลเกี่ยวสเปคและรายละเอียดต่าง ๆ ของเครื่องแต่ละรุ่นมักจะเปิดเผยในช่วงก่อนเปิดตัวไม่นาน แต่สำหรับAcer Nitro5ที่จะวางขายในปีหน้า (2021) กลับมีข้อมูลสเปคบางส่วนหลุดออกมาจากร้านคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนี แถมข้อมูลที่หลุดออกมายังเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการอีกด้วย

    Acer Nitro 5 จะมาพร้อม Ryzen 7 5800H และ RTX 3080 M

    AcerNitro5ที่มีข้อมูลหลุดออกจากนั้น มีรหัสรุ่นคือ AN517-41-R9S5 ซึ่งหลุดออกมาจากร้านคอมพิวเตอร์แห่งหนึ่งในเยอรมัน แม้ทางร้านจะรีบลบข้อมูลดังกล่าวออกจากหน้าร้านไป

    แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่รอดพ้นสายตาของเหล่าเซียนคอมที่สามารถจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ไว้ได้ ก่อนจะนำมาเผยแพร่ต่อ ๆ กันจนกลายเป็นกระแสร้อนในวงการ Gaming Notebook 

    Acer Nitro 5

    โดยสเปคที่หลุดออกมาประกอบด้วย หน้าจอ IPS ขนาด 17.3 นิ้ว ความละเอียด Full HD (1920x1080p) มีอัตรา Refresh Rate ที่ 144 Hz ใช้หน่วยความจำภายใน RAM 32GB DDR4 และ ROM 1TB SSD

    และที่สำคัญคือ ใช้หน่วยประมวลผล (CPU) AMD Ryzen 7 5800H และการ์ดจอ (GPU) Nvidia RTX 3080 M ซึ่งทั้งตัว CPU และ GPU ยังเป็นรุ่นที่ไม่มีการประกาศออกมาแต่อย่างใด

    แม้จะมีกระแสข่าวว่าทั้งสองตัวนี้อาจจะเปิดตัวในช่วงไตรมาสแรกของปี 2021 ก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาโผล่อยู่ใน Acer Nitro5 ตัวใหม่นี้ 

    Acer Nitro 5

    สำหรับ CPU Ryzen 7 5800H จะใช้สถาปัตยกรรม Zen 3 แบบเดียวกับที่มีใช้งานบนเวอร์ชั่น Desktop แต่ก็มีกระแสข่าวว่า AMD อาจจะผลิต Ryzen 5000s โดยผสมทั้ง Zen 3 และ Zen 2 ส่วน GPU อย่าง Nvidia RTX 3080 M

    ถึงตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดออกมาแน่ชัด แต่คาดกันว่าอาจจะเป็น RTX 3070 ที่เพิ่มประสิทธิภาพขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง  

    ในส่วนของราคาเจ้า Acer Nitro5 ตัวใหม่นี้ คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2,375 ดอลลาร์ หรือราว 70,000+ บาท  ซึ่งถือเป็นราคาที่ไม่น่าแปลกใจหากเทียบกับสเปคของ Gaming Notebook ระดับ Hi-End แบบนี้ 

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และRansomware โจรกรรมข้อมูลโรงพยาบาลและขู่จะเผยแพร่รูปศัลยกรรมของผู้ป่วย อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    Security

    Ransomware โจรกรรมข้อมูลโรงพยาบาลและขู่จะเผยแพร่รูปศัลยกรรมของผู้ป่วย

    Ransomware ได้เข้าโจรกรรมทางไซเบอร์กับระบบงานของโรงพยาบาลในประเทศอังกฤษ และสามารถขโมยข้อมูลการทำศัลยกรรมความงามได้เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งได้มีการข่มขู่ว่าจะเผยแพร่ภาพของผู้ป่วยก่อนและหลังการทำศัลยกรรมแต่ละรายรวมถึงรายละเอียดต่างๆ ของการทำศัลยกรรมด้วย โดย Ransomware ได้โจมตีระบบของ Transform Hospital Group ที่มีการอ้างอิงว่าเป็นกลุ่มคลินิกที่เชี่ยวชาญด้านการลดน้ำหนักและการทำศัลยกรรมความงามในประเทศอังกฤษ โดยมีคลินิกในเครือข่ายจำนวน 11 แห่ง ที่ถือได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก ขยายขนาดหน้าอก แก้ไขหัวนม และปรับแต่งเสริมจมูก ซึ่งมีอ้างอิงว่ามีบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายรายที่ได้เข้ารับบริการผ่านคลินิกเหล่านี้ 

    ransomware

    โรงพยาบาลศัลยกรรมในประเทศอังกฤษงานเข้า! เมื่อ Ransomware เข้าโจรกรรมทางไซเบอร์กับระบบงานในโรงพยาบาล

    ทั้งนี้ Transform Hospital Group ได้ออกแถลงการณ์ว่า โรงพยาบาลสามารถยืนยันได้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยทางด้านไอทีได้ถูกโจมตีทางไซเบอร์ มีเข้าถึงประวัติการรักษาของผู้ป่วย แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงรายละเอียดข้อมูลทางการเงินของผู้ป่วยแต่อย่างใด ทั้งนี้ข้อมูลที่ถูกขโมยไปนั้นมีขนาดมากถึง 900 GB ที่ส่วนใหญ่จะเป็นภาพก่อนและหลังของการทำศัลยกรรม ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ใช่รูปภาพใบหน้าของผู้ป่วย ทั้งนี้โรงพยาบาลได้แจ้งเรื่องดังกล่าวให้กับผู้ป่วยได้รับทราบทั้งหมดแล้ว และได้รับรู้ถึงความกังวลของผู้ป่วยทั้งหลายว่าภาพและข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วยจะถูกเปิดเผย จากการที่ Ransomware ได้ขโมยข้อมูลดังกล่าวไปจากโรงพยาบาล

    ransomware

    ทั้งนี้ Ransomware จัดว่าเป็นมัลแวร์ประเภทหนึ่ง มีลักษณะที่จะเข้ารหัสหรือล็อกไฟล์ในระบบงานที่สามารถเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีทั้งไฟล์เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ เป็นต้น ซึ่งผู้ใช้งานที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจะไม่สามารถเข้าใช้งานไฟล์ข้อมูลเหล่านั้นได้ หากไม่ยอมจ่ายเงินตามข้อความเรียกค่าไถ่ที่ส่งมาให้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายธุรกิจที่ได้รับการโจมตีทางไซเบอร์จาก Ransomware ซึ่งบางธุรกิจก็ยอมจ่ายค่าไถ่ บางธุรกิจก็ไม่ยอมจ่าย

    โดย Emsisoft บริษัทที่ให้บริการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในประเทศอังกฤษ มีการประเมินว่าในปี 2563 อาชญากรทางไซเบอร์จะมีรายได้มากถึง 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.5 แสนล้านบาท ซึ่งทำให้หน่วยงานภาครัฐที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศอังกฤษพยายามกีดกันไม่ให้องค์กรภาครัฐและเอกชนที่เป็นเหยื่อทางไซเบอร์ของ Ransomware จ่ายเงินค่าไถ่ให้กับอาชญากร เนื่องจากจะเป็นการกระตุ้นให้อาชญากรทางไซเบอร์เหล่านั้นไปสร้างความเสียหายกับองค์กรอื่นได้อีก

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และNuro บริษัทสตาร์ทอัพเตรียมเปิดให้บริการรถจัดสินค้าแบบไร้คนขับ อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    Nuro บริษัทสตาร์ทอัพเตรียมเปิดให้บริการรถจัดสินค้าแบบไร้คนขับ

    ภายหลังจากที่ Nuro บริษัทสตาร์ทอัพทางด้านการพัฒนาและผลิตหุ่นยนต์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจจัดส่งสินค้าโดยใช้ยานพาหนะแบบไร้คนขับ ได้ทำการวางแผนในการผลิตยานพาหนะไร้คนขับและพร้อมให้บริการจัดส่งสินค้าได้ภายในต้นปี 2021

    Nuro เตรียมเปิดให้บริการยานพาหนะไร้คนขับ หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว

    Nuroได้ทดสอบยานพาหนะแบบไร้คนขับในชื่อ R2 เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา และสามารถผ่านการทดสอบจนได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจดังกล่าว โดยการอนุญาตในครั้งนี้เป็นการจัดส่งสินค้าที่เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ซื้อ รวมทั้งความเร็วของยานพาหนะไร้คนขับจะถูกจำกัดที่ 35 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    Nuro

    ซึ่งผู้บริหารของรัฐแคลิฟอร์เนียได้ให้ความเห็นว่า การอนุมัติใบอนุญาตให้กับ Nuro ในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนที่สำคัญของรัฐแคลิฟอร์เนียในการพัฒนายานยนต์แบบไร้คนขับ และยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของยานยนตร์แบบไร้คนขับบนถนนสาธารณะด้วย ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของการพัฒนาเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับความปลอดภัย

    โดยหลักการทำงานของยานพาหนะไร้คนขับ หรือ R2 ของ Nuro นี้ เป็นการใช้เรดาร์เพื่อถ่ายภาพความร้อนและกล้องแบบ 360 องศา สำหรับกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหว ไม่มีพวงมาลัย แป้นความเร็วและเบรค รวมถึงกระจกมองข้างด้วย รูปทรงของ R2 จะคล้ายกับรถยนต์ส่วนใหญ่ที่มีในสหรัฐอเมริกาแต่มีขนาดเล็กกว่า มีระบบควบคุมอุณหภูมิภายในรถ เปิดประตูด้วยการใช้รหัสผ่าน ตลอดจนประตูเป็นแบบยกขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการย้ายของขึ้นลงจากยานพาหนะไร้คนขับคันนี้

    Nuro

    โดยในช่วงที่ทดสอบครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่าน ที่เมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส ได้ใช้ R2 สำหรับการส่งพิชช่าให้กับ Domino’s Pizza ส่งสินค้าให้กับ Kroger และ Walmart ซึ่งยังคงมีเรื่องที่น่าจะให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ คือ ความปลอดภัยของยานพาหนะไร้คนขับบนถนนสาธารณะ ที่ทีมพัฒนาจะต้องติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของยานพาหนะไร้คนขับ

    ทั้งนี้การให้บริการยานพาหนะแบบไร้คนขับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่นที่เมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซนา ได้เริ่มให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบริการของ Waymo บริษัทในกลุ่มของ Google และ Alphabet ส่วนที่ประเทศจีน Alibaba บริษัทค้าปลีกออนไลน์และเทคโนโลยีได้ทดลองใช้ยานพาหนะไร้คนขับที่เมืองเซี่ยงไฮ้ด้วยเช่นกัน

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และMuZero ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเชี่ยวชาญในการเล่นวิดีโอเกมของ DeepMind อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    MuZero ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเชี่ยวชาญในการเล่นวิดีโอเกมของ DeepMind

    DeepMind บริษัทสตาร์ทอัพจากประเทศอังกฤษที่ปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัทลูกของ Google ได้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้ชื่อว่า MuZero ที่มีความคิดและประสิทธิภาพเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่ามนุษย์ โดยได้ทำการทดสอบให้MuZeroเล่นวิดีโอเกมรุ่นเก่าอย่าง Artati หมากรุก หมากล้อม (โกะ) และหมากรุกญี่ปุ่น โดยที่ไม่ได้มีการใส่เงื่อนไขของการเล่น เพื่อที่จะให้ MuZero สามารถตัดสินใจเล่นได้ด้วยตัวเอง ซึ่ง MuZero สามารถวางแผนการเล่นล่วงหน้าที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดีในการเล่นหมากรุก 

    MuZero

    MuZero ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความคิดและประสิทธิภาพเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่ามนุษย์

    ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถเข้าเงื่อนไขที่ซับซ้อนและสามารถตัดสินใจบนโลกแห่งความเป็นจริงได้ โดยที่ไม่มีการใส่โปรแกรมการตัดสินใจไว้ล่วงหน้า การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เริ่มจากการลองผิดลองถูก จนสามารถค้นพบเงื่อนไขที่สามารถทำให้ MuZero สามารถมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าและเหนือกว่ามนุษย์ได้

    ทั้งนี้ได้มีการเปรียบเทียบ MuZero อาจจะเหมือนกับโปรแกรม DQN ที่มีสามารถเล่นวิดีโอเกม Atari ชนะมนุษย์ได้ หรือ โปรแกรม AlphaGo ที่สามารถเล่นหมากล้อมชนะนักแข่งอย่าง Lee Sedol เมื่อปี 2016 ได้ ภายหลังจากที่ทั้งสองโปรแกรมในอดีตได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะลงแข่งกับมนุษย์

    ทั้งนี้มีการคาดการณ์ไว้ว่า MuZero สามารถจะนำไปใช้ประโยชน์จริงในอนาคต โดยบริษัท DeepMind พยายามจะคิดค้นการบีบอัดวิดีโอในรูปแบบใหม่ที่ใช้อัลกอลิทึมเดียวกันกับที่ใช้กับการพัฒนา MuZero ให้สามารถเล่นหมากล้อมชนะมนุษย์ได้ ซึ่งนั้นจะช่วยทำให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์วิดีโอได้เป็นอย่างมาก

    MuZero

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพลตฟอร์มเผยแพร่วิดีโอยอดนิยมอย่าง YouTube ที่เป็นบริษัทหนึ่งของ Google จะได้รับประโยชน์จากความสำเร็จของการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ MuZero เป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ YouTube สามารถประหยัดพื้นที่การจัดเก็บวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มของตัวเองได้เป็นจำนวนมาก

    โดย DeepMind เป็นสตาร์ทอัพจากประเทศอังกฤษที่ก่อตั้งโดย Demis Hassabis, Shane Legg และ Mustafa Suleyman เมื่อปี ค.ศ.2011 เพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ให้มีความสามารถในการเรียนรู้การเล่นวิดีโอเกมให้เทียบเท่ามนุษย์ที่ส่งผลให้สามารถพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเลียนแบบความทรงจำระยะสั้นของมนุษย์ ต่อจากนั้นในปี ค.ศ.2014 Google ได้เข้าซื้อกิจการของ DeepMind ด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12,000 ล้านบาท และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Google DeepMind

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และไม่ต้องซื้อเครื่องดนตรีก็ทำเสียงเพลงเองได้ด้วยแอพพลิเคชั่น GarangBrand อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    มือถือ

    ไม่ต้องซื้อเครื่องดนตรีก็ทำเสียงเพลงเองได้ด้วยแอพพลิเคชั่น GarangBrand

    เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีของเราเริ่มจะไปไกลเข้าแล้ว ในยุคนี้อะไร ๆ มันก็เพียบพร้อมไปซะเสียหมดอยากจะทำเพลงเล่นเครื่องดนตรีหรือฝึกอะไรต่าง ๆ นา ๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีราคาเป็นหมื่นเป็นแสนมาฝึกเพราะเดี่ยวนี้เขาสามารถฝึกหรือทำเพลงในแอพพลิเคชั่นได้แล้ว เสียงเหมือนเครื่องดนตรีเป๊ะ ๆ แถมยังเลือกได้แบบหลากหลายอีกด้วยทำเสียงแบบมิกซ์กันก็ยังได้และแอพที่เราจะแนะนำตัวนั้นก็คือ GarangBrand

    GarangBrandเป็นแอพที่มีติดอยู่ในเครื่องของ IPhoneหรือ IPad อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อตัวแอพเลยเขามีให้ใช้กันไปแบบฟรี ๆ แถมยังสามารถดาวโหลดเสียงเอ็ฟเฟ็กต่าง ๆ ที่ต้องการจะใส่เข้าไปในเสียงของเราได้อีกด้วย เป็นแอพที่สะดวกมาก ๆ แต่อาจจะต้องเรียนรู้วิธีใช้สักนิดหนึ่งมันก็แอบยากเหมือนกับเครื่องดนตรีที่ต้องฝึกเล่นไปแต่ละครั้งส่วนในแอพก็เหมือนกันจะต้องฝึกบันทึกฝึกใช้งาน วิธีการใช้งานนั้นก็ค่อยข้างจะแอบซับซ้อนเล็กน้อยแต่ถ้าหากเริ่มเข้าใจมันก็จะทำให้เราทำเสียงเพลงของตัวเองได้ อย่างเช่นเสียงบีทของตัวเอง 

    GarangBrand

    ข้อดีของ GarangBrand

    มีเครื่องดนตรีหลากหลาย อทิเช่น กีตาร์ เปียโน กลอง เป็นต้น

    มีคีย์ในการเล่นครบ

    กดง่ายมีความเสถียรภาพเป็นอย่างมาก สามารถกดแป้นพร้อมกันได้ (ขึ้นอยู่กับเครื่องด้วย)

    เหมาะสำหรับการทำบีทแบบอินโทร อินโทรหมายความว่าเสียงเพลงที่ไว้ใช้เปิด

    สามารถมิกซ์เสียงบีทได้ตัวอย่างเช่น กีตาร์กับเสียงกลอง เป็นต้น ในส่วนตรงนี้สามารถดีไซน์ได้แบบตามใจชอบ

    หลังจากที่บันทึกเสียงออกมาเสียงจะคมชัด

    GarangBrand

    ข้อเสียของGarangBrand

    คนที่ไม่ทราบตัวโน้ตอาจจะเล่นได้ค่อยข้างยากให้ไพเราะ

    บางเครื่องดนตรีอาจจำเป็นต้องเสียค่าบริการ

    วิธีใช้งานค่อนข้างซับซ้อนเป็นอย่างมาก

    หากไม่ทราบจังหวะอาจจะทำให้เพลงเพี้ยนหรือเสียงทั้งหมดก็เป็นไปได้

    ต้องรู้จักเครื่องดนตรีแต่ละประเภทและแต่ละชนิดมากพอสมควร ตัวอย่างเช่น เราเลือกกีตาร์ เราจะต้องเลือกกีตาร์อีกว่าต้องเป็นเสียงแบบไหน หากเลือกผิดมันก็จะไม่เข้าตามคีย์ที่กำหนด

    สรุปแอพGarangBrand นั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ทุก ๆ อย่างที่จะสามารถทำเพลงงหรือเสียงบีทในนี้ได้จะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับดนตรีเสียก่อน

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และ“App ยอดฮิต” ในช่วงวันหยุดเรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง? อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    มือถือ

    “App ยอดฮิต” ในช่วงวันหยุดเรามาดูกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง?

    ใกล้ช่วงวันหยุดขึ้นปีใหม่แล้วในช่วงนี้หลายๆคนก็คงจะใช้เวลาไปกับการพักผ่อนหรือทำกิจกรรมที่ตัวเองนั้นอยากทำมานานซึ่งอาจจะเป็นการนอนพักผ่อนอยู่บ้านหรือการออกไปออกกำลังกายการท่องเที่ยวแล้วมันคงจะดีไม่ใช่น้อยเลยที่จะมี App ยอดฮิต ที่ช่วยให้เราสนุกกับกิจกรรมต่างๆไปในช่วงวันหยุดดังนั้น Apple จึงจัดอันดับแอปยอดนิยมในช่วงวันหยุดมาให้เพื่อให้เพื่อนได้มาดาวน์โหลดกันและนำไปใช้ในกิจกรรมที่เพื่อนอยากใช้ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย ดูซีรีย์ ออกไปหาของกิน จัดการเวลา หรือแม้กระทั่งการพบปะผู้คนใหม่ ๆ เรามาดูกันดีกว่าว่ามี Application อะไรบ้าง

    App ยอดฮิต เหมาะมากสำหรับวันหยุดที่ไม่รู้จะทำอะไรดี

    App ยอดฮิต
    1. Application ออกกำลังกาย

    App ออกกำลังกายก็จะมี Box Application พี่เป็นคลาสฟิตเนสส ให้เพื่อนๆได้ออกกำลังกายตามคลิปวีดีโอภายใน Application นั่นเอง 

    ต่อมาเป็น App สำหรับสายวิ่งที่ App Strava  Application นี้ก็เหมือนเป็น Application สำหรับนักวิ่งทั่วไปที่จะคอยช่วยจับระยะและเวลาในการวิ่งนั่นเองรวมถึงบ่งบอกถึงข้อมูลต่างๆและสามารถจัดกิจกรรมรวมถึงเข้าสังคมได้ภายในแอพพลิเคชั่นดังกล่าว

    ต่อมา Application MyFitnesspal  ให้ Application นี้เป็นเพื่อนคุณในการลดน้ำหนักเพราะแอปพิเคชั่นนี้สามารถวางแผนอาหารการกินให้กับคุณได้รวมถึงทำให้คุณนั้นควบคุมแคลอรี่ในแต่ละวันได้ด้วยเช่นเดียวกันนะว่าเป็น Application สำหรับสายคลีน

    App ยอดฮิต
    1. Application ทำอาหาร

    Kitchen Stories Recipes Application ที่จะทำให้การอยู่บ้านทำอาหารเป็นเรื่องสนุกเพราะแอพพลิเคชั่นดังกล่าวนี้เป็น Application ที่จะทำให้คุณทำอาหารได้ง่ายขึ้นโดยมีทั้งวิธีการทำให้ดูรวมไปถึงสัดส่วนของวัตถุดิบไม่แน่คุณอาจจะกลายเป็นเชฟหลังจากที่หมดวันหยุดนี้ไป

    BBC Good Food เป็นอีกหนึ่งแอพพลิเคชั่นที่จะทำให้คุณทำอาหารได้ง่ายมากขึ้นเพราะว่ามีอาหารมากมายรวมถึงวิธีการทำและวัตถุดิบเช่นเดียวกับแอพพลิเคชั่นแรกที่ได้แนะนำมานั่นเอง

    App ยอดฮิต
    1. Application จัดกาลเวลา

    Todolist:To-Do List & Tasks Application นี้จะทำให้คุณจัดการเวลาในแต่ละวันได้ดีขึ้นเพราะคุณสามารถจัดตารางเวลาในแต่ละวันได้รวมถึงกิจกรรมต่างๆไปในปฏิทินเพื่อที่จะวางแผนวันของคุณในช่วงวันหยุด 

    Trello เป็นอีกหนึ่ง Application ที่จะช่วยให้คุณจัดการเวลาได้ดีขึ้นในช่วงวันหยุดเพราะคุณสามารถวางแผนงานของคุณรวมถึงจัดระเบียบตารางเวลาของคุณได้อีกด้วย และหลังจากที่คุณทำเสร็จคุณสามารถนำแผนของคุณนั้นไปทำเป็นแกลอรี่รูปภาพในแต่ละวันได้นะว่าสนุกมากเลยทีเดียว

    Appยอดฮิต
    1.  Application หาเพื่อน

    แน่นอนว่าในช่วงวันหยุดหลายๆคนอาจจะเหงากับการที่ไม่มีเพื่อนมานั่งคุยหรือนั่งเล่นที่บ้านดังนั้น App Tinder ถึงเป็นอีกแป๊บนึงที่จะทำให้คุณนั้นสามารถพบปะเพื่อนใหม่ในบริเวณใกล้เคียงได้ไม่แน่นะคุณอาจจะได้เป็นคนที่รักกันก็เป็นได้ 

    ยังมี Application อีกมากมายให้เลือกในช่วงวันหยุดลองเข้าไปดูที่ App Store สิแล้วคุณอาจจะเจอพลิเคชั่นที่คุณอยากโหลดมาใช้ตั้งนานแล้วก็เป็นได้นะ

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และสหรัฐเพิ่มรายชื่อบริษัท ผู้ผลิตโดรน และชิพสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากจีน อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    ข่าวไอทีทั่วไป

    สหรัฐเพิ่มรายชื่อบริษัท ผู้ผลิตโดรน และชิพสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากจีน

    สหรัฐอเมริการเพิ่มรายชื่อผู้ผลิตจากประเทศจีนในบัญชีที่ห้ามทำการค้ากับสหรัฐอเมริกา โดยมี DJI ผู้ผลิตโดรน และ SMIC บริษัทผู้ผลิตชิพอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้มีบริษัทจำนวนถึง 77 รายที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่มาจากประเทศจีน ที่ถูกเพิ่มรายชื่อเข้าในบัญชีห้ามทำการค้ากับประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ในปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีรายชื่อบริษัทจากประเทศจีนมากกว่า 275 ราย ซึ่งรวมถึง Huawei บริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่ของประเทศจีนที่ถูกขึ้นบัญชีห้ามทำการค้าขายกับประเทศสหรัฐอเมริกา

    DJI ผู้ผลิตโดรน

    อเมริกาได้เพิ่มรายชื่อบริษัท DJI ผู้ผลิตโดรน และ SMIC บริษัทผู้ผลิตชิพอิเล็กทรอนิกส์

    ประเทศสหรัฐอเมริกาให้เหตุผลในการเพิ่ม SMIC ในบัญชีห้ามการค้าขายนั้น เนื่องจาก SMIC เป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับกองทัพของประเทศจีน ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดมาตรการควบคุมการส่งออกของ SMIC ในการจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและระบบงานต่างๆ ของสหรัฐอเมริกา และเพื่อให้มั่นใจได้ว่า SMIC จะไม่สามารถขโมยทรัยพ์สินทางปัญญาและความสามารถในการผลิตทางด้านเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกาได้

    นอกจากนี้ยังได้พบหลักฐานว่า SMIC ทำงานร่วมกับกองทัพจีนในการผลิตขีปนาวุธทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง ซึ่งสหรัฐอเมริกาถือได้ว่าเป็นเรื่องที่อันตรายต่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกได้เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ SMIC หรือ Semiconductor Manufacturing International Corporation ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของประเทศจีน

    smic

    ในขณะที่สหรัฐอเมริกาขึ้นบัญชีห้ามการค้าขายกับบริษัท Da-Jiang Innovations Science and Technology หรือ DJI ที่เป็นผู้ผลิตโดรนรายใหญ่ของประเทศจีน โดยไม่ได้ห้ามทำการซื้อขายโดรนจาก DJI ในสหรัฐอเมริกา แต่อาจจะมีข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีบางอย่างเท่านั้น เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีหลักฐานที่เชื่อได้ว่า DJI มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประทศจีน โดย DJI เป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในเมืองเชินเจิ้น ประเทศจีน รวมทั้งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายโดรนที่ครองส่วนแบ่งการตลาดทั้งโดรนทั่วไปและโดรนเพื่อการพาณิชย์ทั่วโลกมากถึง 85% 

    ทั้งนี้ SMIC และ DJI นั้นยังไม่มีความเห็นต่อการเพิ่มบริษัทให้อยู่ในรายชื่อห้ามทำการค้าของสหรัฐอเมริกา ในขณะที่ประเทศจีนได้ออกกฎหมายเกี่ยวกับการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีทางการทหารออกนอกประเทศจีน เพื่อเป็นการตอบโต้การดำเนินการของสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ และกลายเป็นความตึงเครียดทางการค้าระหว่างประเทศทั้งสองและได้ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ที่มีผลต่อความสามารถในการจัดหาวัสดุอุปกรณ์สำหรับผลิตชิพที่ต้องการคุณภาพระดับสูงได้ ทั้งนี้บริษัทที่ต้องการทำธุรกรรมกับประเทศจีนจะต้องได้รับใบอนุญาตพิเศษจากกระทรวงพาณิชย์ก่อน จึงจะสามารถเข้ามาทำธุรกรรมในประเทศสหรัฐอเมริกาได้

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และย้อนอดีตกับ 5 วิธีการของ การโจมตีทางไซเบอร์ จากประเทศรัสเซีย อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    Security

    สหราชอาณาจักรติดตามการโจมตีทางไซเบอร์ผ่าน Orion ของ SolarWinds

    หน่วยงานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติของสหราชอาณาจักร หรือ National Cyber Security Centre (NCSC) ได้ติดตามการถูกโจมตีทางไซเบอร์ผ่านแพลตฟอร์ม Orion ของ SolarWinds บริษัทที่ให้บริการจัดการระบบเครือข่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นที่รับดูแลระบบงานให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศสหรัฐอเมริกา

    การโจมตีทางไซเบอร์ของ SolarWinds ทำให้องค์กรระดับชาติหลายแห่งในสหรัฐเสียหายอย่างมาก

    องค์กรระดับชาติหลายแห่งของสหรัฐอเมริกาได้รับผลกระทบอย่างมากในการโจมตีทางไซเบอร์ในครั้งนี้ ดังนั้น NCSC จึงได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้น ซึ่งถือได้ว่ามีความซับซ้อนมากที่สุดครั้งหนึ่ง สำหรับการประเมินถึงขนาดของระบบงานที่ถูกโจมตีและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับสหราชอาณาจักร

    SolarWinds

    นอกจากนี้แล้ว NCSC ได้เผยแพร่คำเตือนและคำแนะนำให้กับองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ดำเนินอยู่ในสหราชอาณาจักรได้เพิ่มความระมัดระวังในการอัพเดตซอฟต์แวร์ของระบบงานต่างๆ เพื่อป้องกันการถูกโจมตีทางไซเบอร์ผ่านระบบจัดการเครือข่ายเช่นเดียวกับทีเกิดขึ่นกับสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตาม NCSC ได้พบว่าองค์กรภาครัฐของสหราชอาณาจักรยังไม่ถูกโจมตีทางไซเบอร์ ตอนนี้มีเพียงหน่วยงานเอกชนเพียง 1-2 แห่งที่ถูกโจมตีเท่านั้น

    ทั้งนี้ทาง Microsoft และสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยว่าอาจจะมีการเข้าสู่เครือข่ายจากช่องทางอื่น แต่มีลักษณะเช่นเดียวกับการอัพเดตซอฟต์แวร์ของ SolarWinds และมีความเป็นไปได้ว่าการโจมตีทางไซเบอร์ในครั้งนี้อาจจะเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Microsoft ได้แจ้งเตือนให้ลูกค้าที่อยู่ในสหราชอาณาจักรให้ทราบว่าระบบของลูกค้าอาจจะถูกโจมตีทางไซเบอร์ เพียงแต่จะได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและเป็นระบบงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลของสหราชอาณาจักร

    SolarWinds

    โดยการโจมตีทางไซเบอร์ในครั้งนี้ NCSC ได้ประเมินว่ามีความพยายามที่จะขโมยข้อมูลที่เกี่ยวกับความมั่นคงมากกว่า การขโมยข้อมูลของประชากรในประเทศ ส่วนการประเมินความเสียหายทั้งหมดที่เกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ในประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรในครั้งนี้ อาจจะใช้เวลาในการตรวจสอบหลายเดือน เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านการโจมตีทางไซเบอร์จะต้องตรวจสอบเครือข่ายทั้งหมดที่ใช้บริการจาก SolarWinds เพื่อหาสัญญาของข้อมูลที่ถูกขโมยว่าเป็นส่วนไหนบ้าง จึงจะสามารถสรุปผลความเสียหายทั้งหมดได้

    นอกจากนี้ประเทศสหรัฐอเมริกายังได้เปิดเผยอย่างไม่เป็นทางการว่าการโจมตีทางไซเบอร์ในครั้งนี้ น่าจะเกี่ยวข้องกับประเทศรัสเซีย ซึ่งมีพฤติกรรมสอดคล้องกับแฮกเกอร์ชาวรัสเซียในอดีต ในขณะที่ประเทศรัสเซียได้ออกมาปฏิเสธในเรื่องดังกล่าวเช่นกัน

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และย้อนอดีตกับ 5 วิธีการของ การโจมตีทางไซเบอร์ จากประเทศรัสเซีย อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    Security

    ย้อนอดีตกับ 5 วิธีการของ การโจมตีทางไซเบอร์ จากประเทศรัสเซีย

    จาก การโจมตีทางไซเบอร์ ต่อองค์กรภาครัฐของประเทศสหรัฐอเมริกาหลายแห่งในช่วงหลายสัปดาห์ทีผ่านมา ทำให้ BBC ได้รวบรวมการโจมตีทางไซเบอร์จากประเทศรัสเซียที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกาในรอบระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษที่ผ่านมาว่ามีถึง 5 ครั้ง ที่เชื่อกันว่ามีความเชื่อมโยงกันกับประเทศรัสเซียในการขโมยความลับของสหรัฐอเมริกา

    การโจมตีทางไซเบอร์ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศสหรัฐอเมริกา

    การโจมตีไซเบอร์ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 1986 โดยบุคคลที่สามารถติดตามแฮกเกอร์ต่างชาติได้นั้น ไม่ใช่สายลับแต่เป็นนักดาราศาสตร์ที่เริ่มสังเกตว่ามีบุคคลภายนอกพยายามเข้าสู่ระบบเพื่อจะใช้คอมพิวเตอร์โดยที่ไม่ต้องการจ่ายเงิน ที่มีจำนวนเพียง 0.75 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 25 บาทเท่านั้นเอง

    การโจมตีทางไซเบอร์

    ดังนั้นจึงทำให้นักดาราศาสตร์คนดังกล่าวพยายามติดตามร่องรอยและสังเกตบุคคลที่ไม่คุ้นเคยที่ทำการค้นหาข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับทหาร จนในที่สุดจึงสามารถติดตามพบว่าเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ในประเทศเยอรมันที่เข้าถึงระบบงานของ KGB ที่เป็นหน่วยข่าวกรองของประเทศรัสเซีย และพยายามเชื่อมโยงมายังระบบของประเทศสหรัฐอเมริกา การโจมตีทางไซเบอร์ในครั้งนั้นตั้งชื่อว่า Cuckoo’s Egg ตามชื่อหนังสือของ Cliff Stoll นักดาราศาสตร์ที่พบการโจมตีทางไซเบอร์ดังกล่าว

    การโจมตีครั้งที่สองเรียกว่า Moonlight Maze ที่เกิดขึ้นช่วงกลางปี 1990 โดยเป็นการโจมตีเพื่อขโมยความลับทางทหารของสหรัฐ โดยตรวจพบภาษารัสเซียฝั่งอยู่ในภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมเพื่อขโมยข้อมูล โดย Kevin Mandia เป็นหนึ่งในทีมสอบสวนในครั้งนั้น และปัจจุบันผู้บริหารระดับสูงของ FireEye บริษัทรักษาความปลอดภัยทางระบบไอที

    การโจมตีทางไซเบอร์

    ส่วนการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งที่สามได้ชื่อว่า Buckshot Yankee เกิดขึ้นในปี 2008 ที่เริ่มใช้ Thumb Drive ในเก็บข้อมูลแทนแผ่นดิสก์    ซึ่งทำให้มัลแวร์สามารถฝั่งตัวได้ง่ายขึ้น และทำให้สามารถเจาะระบบทางการทหารของสหรัฐอเมริกาได้แบบออฟไลน์ ที่ทำให้เกิดการสร้าง US Cyber Command ขึ้นมา และยังพบว่าเป็นแฮกเกอร์กลุ่มเดียวกับ Moonlight Maze 

    การโจมตีทางไซเบอร์ครั้งที่ได้ชื่อว่า The Democrats เกิดขึ้นในปี 2016 ที่ประเทศจีนเริ่มเข้ามามีบทบาทในการขโมยข้อมูลทางการค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา แต่การโจมตีในครั้งนี้ก็ยังมีประเทศรัสเซียร่วมอยู่ด้วย โดยมีการพบว่าทั้งสองทีมจากจีนและรัสเซียอยู่เบื้องหลังของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งเมื่อปี 2016 เช่นกัน และการโจมตีครั้งที่ 5 ชื่อว่า Sunbrust ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2020 และการสอบสวนยังไม่สิ้นสุด แต่ทางการสหรัฐอเมริกาก็เชื่อว่าการโจมตีเกิดขึ้นจากประเทศรัสเซีย ที่สร้างมัลแวร์ Sunbrust แฝงเข้าไปอยู่ในซอฟต์แวร์จัดการระบบเครือข่ายของบริษัท SolarWinds ที่ทำให้มีผลกระทบต่อองค์กรภาครัฐหลายแหล่งของสหรัฐอเมริกา ที่ปัจจุบันนี้หน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ของสหรัฐอเมริกากำลังสอบสวนการโจมตีดังกล่าวอย่างละเอียด เพื่อค้นหาวิธีป้องกันต่อไปในอนาคต

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และกระทรวงพลังงานของสหรัฐเปิดเผยว่าถูกมัลแวร์แบบ Sunbrust โจมตีทางไซเบอร์ อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    Add your widget here