เทคโนโลยี

    Nuro บริษัทสตาร์ทอัพเตรียมเปิดให้บริการรถจัดสินค้าแบบไร้คนขับ

    ภายหลังจากที่ Nuro บริษัทสตาร์ทอัพทางด้านการพัฒนาและผลิตหุ่นยนต์ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจจัดส่งสินค้าโดยใช้ยานพาหนะแบบไร้คนขับ ได้ทำการวางแผนในการผลิตยานพาหนะไร้คนขับและพร้อมให้บริการจัดส่งสินค้าได้ภายในต้นปี 2021

    Nuro เตรียมเปิดให้บริการยานพาหนะไร้คนขับ หลังจากที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจแล้ว

    Nuroได้ทดสอบยานพาหนะแบบไร้คนขับในชื่อ R2 เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา และสามารถผ่านการทดสอบจนได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจดังกล่าว โดยการอนุญาตในครั้งนี้เป็นการจัดส่งสินค้าที่เรียกเก็บค่าบริการจากผู้ซื้อ รวมทั้งความเร็วของยานพาหนะไร้คนขับจะถูกจำกัดที่ 35 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    Nuro

    ซึ่งผู้บริหารของรัฐแคลิฟอร์เนียได้ให้ความเห็นว่า การอนุมัติใบอนุญาตให้กับ Nuro ในครั้งนี้ถือได้ว่าเป็นการสนับสนุนที่สำคัญของรัฐแคลิฟอร์เนียในการพัฒนายานยนต์แบบไร้คนขับ และยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของยานยนตร์แบบไร้คนขับบนถนนสาธารณะด้วย ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของการพัฒนาเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับความปลอดภัย

    โดยหลักการทำงานของยานพาหนะไร้คนขับ หรือ R2 ของ Nuro นี้ เป็นการใช้เรดาร์เพื่อถ่ายภาพความร้อนและกล้องแบบ 360 องศา สำหรับกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหว ไม่มีพวงมาลัย แป้นความเร็วและเบรค รวมถึงกระจกมองข้างด้วย รูปทรงของ R2 จะคล้ายกับรถยนต์ส่วนใหญ่ที่มีในสหรัฐอเมริกาแต่มีขนาดเล็กกว่า มีระบบควบคุมอุณหภูมิภายในรถ เปิดประตูด้วยการใช้รหัสผ่าน ตลอดจนประตูเป็นแบบยกขึ้นเพื่อให้ง่ายต่อการย้ายของขึ้นลงจากยานพาหนะไร้คนขับคันนี้

    Nuro

    โดยในช่วงที่ทดสอบครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่าน ที่เมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส ได้ใช้ R2 สำหรับการส่งพิชช่าให้กับ Domino’s Pizza ส่งสินค้าให้กับ Kroger และ Walmart ซึ่งยังคงมีเรื่องที่น่าจะให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ คือ ความปลอดภัยของยานพาหนะไร้คนขับบนถนนสาธารณะ ที่ทีมพัฒนาจะต้องติดตามประเมินผลอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับระบบความปลอดภัยของยานพาหนะไร้คนขับ

    ทั้งนี้การให้บริการยานพาหนะแบบไร้คนขับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่นที่เมืองฟินิกซ์ รัฐแอริโซนา ได้เริ่มให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบริการของ Waymo บริษัทในกลุ่มของ Google และ Alphabet ส่วนที่ประเทศจีน Alibaba บริษัทค้าปลีกออนไลน์และเทคโนโลยีได้ทดลองใช้ยานพาหนะไร้คนขับที่เมืองเซี่ยงไฮ้ด้วยเช่นกัน

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และMuZero ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเชี่ยวชาญในการเล่นวิดีโอเกมของ DeepMind อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    MuZero ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเชี่ยวชาญในการเล่นวิดีโอเกมของ DeepMind

    DeepMind บริษัทสตาร์ทอัพจากประเทศอังกฤษที่ปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัทลูกของ Google ได้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้ชื่อว่า MuZero ที่มีความคิดและประสิทธิภาพเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่ามนุษย์ โดยได้ทำการทดสอบให้MuZeroเล่นวิดีโอเกมรุ่นเก่าอย่าง Artati หมากรุก หมากล้อม (โกะ) และหมากรุกญี่ปุ่น โดยที่ไม่ได้มีการใส่เงื่อนไขของการเล่น เพื่อที่จะให้ MuZero สามารถตัดสินใจเล่นได้ด้วยตัวเอง ซึ่ง MuZero สามารถวางแผนการเล่นล่วงหน้าที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดีในการเล่นหมากรุก 

    MuZero

    MuZero ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความคิดและประสิทธิภาพเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่ามนุษย์

    ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถเข้าเงื่อนไขที่ซับซ้อนและสามารถตัดสินใจบนโลกแห่งความเป็นจริงได้ โดยที่ไม่มีการใส่โปรแกรมการตัดสินใจไว้ล่วงหน้า การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เริ่มจากการลองผิดลองถูก จนสามารถค้นพบเงื่อนไขที่สามารถทำให้ MuZero สามารถมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าและเหนือกว่ามนุษย์ได้

    ทั้งนี้ได้มีการเปรียบเทียบ MuZero อาจจะเหมือนกับโปรแกรม DQN ที่มีสามารถเล่นวิดีโอเกม Atari ชนะมนุษย์ได้ หรือ โปรแกรม AlphaGo ที่สามารถเล่นหมากล้อมชนะนักแข่งอย่าง Lee Sedol เมื่อปี 2016 ได้ ภายหลังจากที่ทั้งสองโปรแกรมในอดีตได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะลงแข่งกับมนุษย์

    ทั้งนี้มีการคาดการณ์ไว้ว่า MuZero สามารถจะนำไปใช้ประโยชน์จริงในอนาคต โดยบริษัท DeepMind พยายามจะคิดค้นการบีบอัดวิดีโอในรูปแบบใหม่ที่ใช้อัลกอลิทึมเดียวกันกับที่ใช้กับการพัฒนา MuZero ให้สามารถเล่นหมากล้อมชนะมนุษย์ได้ ซึ่งนั้นจะช่วยทำให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์วิดีโอได้เป็นอย่างมาก

    MuZero

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพลตฟอร์มเผยแพร่วิดีโอยอดนิยมอย่าง YouTube ที่เป็นบริษัทหนึ่งของ Google จะได้รับประโยชน์จากความสำเร็จของการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ MuZero เป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ YouTube สามารถประหยัดพื้นที่การจัดเก็บวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มของตัวเองได้เป็นจำนวนมาก

    โดย DeepMind เป็นสตาร์ทอัพจากประเทศอังกฤษที่ก่อตั้งโดย Demis Hassabis, Shane Legg และ Mustafa Suleyman เมื่อปี ค.ศ.2011 เพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ให้มีความสามารถในการเรียนรู้การเล่นวิดีโอเกมให้เทียบเท่ามนุษย์ที่ส่งผลให้สามารถพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเลียนแบบความทรงจำระยะสั้นของมนุษย์ ต่อจากนั้นในปี ค.ศ.2014 Google ได้เข้าซื้อกิจการของ DeepMind ด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12,000 ล้านบาท และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Google DeepMind

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และไม่ต้องซื้อเครื่องดนตรีก็ทำเสียงเพลงเองได้ด้วยแอพพลิเคชั่น GarangBrand อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    เปิดปัญหา Apple M1 ก่อนที่คุณจะตัดสินใจจ่ายเงินซื้อมาใช้

    ภายหลังจากที่ Apple บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลก ได้ทำการเปิดตัวชิปประมวลผล Apple M1 (ARM) แน่นอนว่ากระแสที่ออกมารุนแรงถึงขั้นกลบชื่อของ Intel แบบสนิท แต่ด้วยความที่AppleM1เป็นชิปประมวลผลน้องใหม่ ย่อมมีปัญหาตามมาเสมอ และนี่คือปัญหาหลักที่พบได้ในAppleM1

    4 ข้อที่ควรรู้ก่อนซื้อ Apple M1

    1. ความเร็วในการต่อกับอุปกรณ์ภายนอกช้ากว่า Intel – นี่คือปัญหาอย่างแรกของAppleM1หลังจากที่มีผู้เชี่ยวชาญได้ทำการทดสอบการเชื่อมต่อกับตัวหน่วยความจุภายนอก (External HardDisk) เห็นได้ชัดเลยว่าการอ่านประมวลผลของAppleM1ช้ากว่าของ Intel เป็นอย่างมาก ซึ่งจนถึงตอนนี้หลายๆ คนก็ยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง หรือเป็นความตั้งใจของทาง Apple ที่ต้องให้ช้ากว่า หรืออาจจะมาจากข้อจำกัดของตัวAppleM1ที่ทำได้แค่นี้

    Apple M1

    2. ปลั๊กอินในการตัดต่อวิดีโอยังรองรับไม่เยอะและคุณภาพของวิดีโอยังสู่ Intel ไม่ได้ – ปัญหาต่อมาของAppleM1จะเจอกับคนที่ทำงานในการตัดต่อเพราะAppleM1ยังไม่รองรับ Motion vfx, M callout รวมถึงตัวอุปกรณ์เสริมอีกหลายอย่าง ซึ่งเราควรจะเช็คให้ดีว่ามีอุปกรณ์ไหนที่สามารถใช้ร่วมกับAppleM1ได้บ้าง และอีกปัญหาคือคุณภาพของวิดีโอที่ยังสู้ตัว Intel ไม่ได้ แต่นี่เป็นเพียงกระแสตอบรับจากผู้ใช้เป็นบางคนเท่านั้น ตอนนี้ทางผู้เชี่ยวชาญของ Apple กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อีกครั้ง

    3. Application ของ iOS ยังมีให้บริการไม่เยอะ – ส่วนมากในตอนนี้ถ้าเป็น Mac รุ่นใหม่ๆ จะใช้ตัวAppleM1แทบจะทั้งหมด ข้อดีคือผู้ใช้สามารถรับแอพพลิเคชั่นมาจากตัวอุปกรณ์พกพาอย่าง iPhone และ iPAD ได้เลย แต่ในความเป็นจริงแอพพลิเคชั่นที่ให้บริการบน Mac App Store ยังไม่มีแอพพลิเคชั่นเสริมหรือเกมจากฝั่งของ iOS โดยหากจะใช้บริการแอพพลิเคชั่นที่เหลือนั้นจะต้องใช้ตัวโปรแกรมช่วยในการติดตั้งซึ่งจะสร้างความยุ่งยากให้กับผู้ใช้   

    Apple M1

    4. ไม่สามารถใช้งาน Windows กับปัญหาของ Bluetooth – ปัญหาต่อมาจากการที่เปลี่ยนมาใช้ชิบประมวลผลAppleM1ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถติดตั้งตัว Windows ได้อีกซึ่งผลกระทบคือผู้ใช้จะไม่สามารถใช้งาน Windows 10 ได้ ซึ่งอาจจะไม่ถูกใจใครๆ หลายคนที่ชินกับตัว Windows ซึ่งตอนนี้ทางทีมงาน Apple กำลังแก้ไข้ปัญหานี้อยู่ 

    ที่กล่าวมาทั้งหมดก็เป็นปัญหาคร่าวๆ ที่ทางผู้ใช้งานและทีมพัฒนาได้พบเจอกับตัวAppleM1ซึ่งในอนาคตหลายคนคาดการณ์กันว่าปัญหาเหล่านี้คงจะได้รับการแก้ไขและพัฒนาตัวAppleM1ให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน 

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และ“หัวเหว่ย” ค่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดังที่โดนพิษจากนักการเมืองสหรัฐ อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    YouTube เปิดฟังก์ชั่นใหม่ ตั้งค่าการมองเห็นโฆษณาการพนันและแอลกอฮอล์

    YouTube แพลตฟอร์มการแสดงวิดีโอทางออนไลน์ยอดนิยม เตรียมเปิดตัวฟังก์ชั่นการทำงานใหม่ที่จะช่วยป้องกันเด็กและเยาวชนต่อการได้รับสื่อโฆษณาเกี่ยวกับการพนันออนไลน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด โดยจะเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับตั้งค่าในYouTubeเพื่อตั้งค่าการมองเห็นโฆษณาการพนันออนไลน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งทางYouTubeได้ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีโฆษณการพนันออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากบนYouTubeที่อาจจะเกิดผลกระทบให้กับเด็กและเยาวชนที่ใช้งานผ่านYouTubeได้ แต่อย่างไรก็ตามYouTubeก็ยังไม่ได้รับประกันว่าการตั้งค่าที่ได้สร้างขึ้นมาใหม่นั้น จะสามารถปิดกั้นโฆษณาการพนันและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ทั้งหมด

    YouTube

    ฟังก์ชั่นใหม่จาก YouTube เตรียมปิดกั้นการมองเห็นโฆษณาการพนันและแอลกอฮอล์สำหรับเยาวชน

    ทั้งนี้ผู้บริหารของYouTubeได้ให้ความเห็นว่าการเปิดฟังก์ชั่นใหม่สำหรับการตั้งค่าเพื่อควบคุมการมองเห็นโฆษณาการพนันและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น จะช่วยให้ผู้ใช้งานเห็นโฆษณาเหล่านั้นลดน้อยลง และสามารถปรับโฆษณาให้สอดคล้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานที่ลงทะเบียนไว้กับYouTubeมากขึ้น โดยฟังก์ชั่นการตั้งค่าโฆษณานี้จะเริ่มใช้งานในประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก และตามด้วยประเทศในกลุ่มสหราชอาณาจักร และหลังจากนั้นจึงจะเปิดให้ใช้งานได้ในประเทศต่างทั่วโลกภายในปี 2021 นอกจากนี้แล้วYouTubeได้วางแผนในการนำฟังก์ชั่นการตั้งค่าโฆษณานี้ไปใช้งานร่วมกับ Google Ads ภายในปี 2021 ด้วยเช่นกัน 

    ทั้งนี้ Alcohol Change UK องค์กรการกุศลเพื่อรณรงค์การลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศอังกฤษ ได้ออกมาแสดงความกังวลต่อเทคโนโลยีและการสื่อสารทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ที่จะทำให้การโฆษณาเกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นสามารถเข้าถึงได้ง่ายและขาดการควบคุมเช่นเดียวกับสื่อทั่วไป

    YouTube

    ดังนั้นเมื่อYouTubeมีฟังก์ชั่นในการตั้งค่าการมองเห็นโฆษณาเกี่ยวกับการพนันออนไลน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี และคาดหวังว่าจะมีการประชาสัมพันธ์การใช้ฟังก์ชั่นดังกล่าวให้ครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่ม นอกจากนี้แล้วรัฐบาลของประเทศในกลุ่มสหราชอาณาจักรควรจะต้องทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อให้สอดคล้องกับช่องทางการโฆษณาที่มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น โดยจะพบว่าในระหว่างการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 มีจำนวนครั้งที่แสดงโฆษณาผ่านหน้าจอของผู้ใช้งานเกี่ยวกับการพนันออนไลน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆ ตามเว็บไซต์และสื่อออนไลน์เพิ่มมากขึ้นถึง 2 เท่า

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และกูเกิ้ลโครม (Google Chome) ที่ต้องแก้บักในระบบโครมบุ๊ค อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    Virgin Galactic ยกเลิกการทดสอบการบินหลังปล่อยเครื่องไปมากกว่า 40,000 ฟุต

    Virgin Galactic บริษัทการบินและอวกาศเชิงพาณิชย์มหาชนแห่งแรกของโลกได้ทำการทดสอบเครื่องบินอวกาศเหนือเสียงอย่าง VSS Unity หรือ SpaceShip Two เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ถูกปล่อยออกจากฐานบินขึ้นสู่ท้องฟ้าในระดับที่มากกว่า 40,000 ฟุต ในรัฐนิวเม็กซิโก แต่ต้องเปลี่ยนทิศทางบินกลับลงมาจอดที่ฐานปล่อยอีกครั้ง เมื่อมีการพบว่าการจุดระเบิดของมอเตอร์ภายในเครื่องบินอวกาศไม่สมบูรณ์ โดยนักบินอวกาศที่ทำการทดสอบในครั้งนี้สามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้Virgin Galacticจะได้ทำการตรวจสอบข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นกับมอเตอร์เครื่องบินอวกาศอย่างละเอียดอีกครั้ง และจะนำกลับมาทดสอบให้เร็วที่สุดอีกครั้ง

    Virgin Galactic

    Virgin Galactic ยกเลิกการทดสอบเครื่องบินอวกาศเหนือเสียง หลังพบว่ามีปัญหาการจุดระเบิดของมอเตอร์ภายใน

    การทดสอบเครื่องบินอวกาศของVirgin Galacticเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ถือว่าเป็นการทดสอบครั้งที่ 3 ของเครื่องบินอวกาศ VSS Unity ที่มีความเร็วมากกว่า 50 ไมล์ และเป็นการทดสอบการบินที่ขับเคลื่อนด้วยจรวดลำแรกของVirgin Galacticที่ดำเนินการในท่าเรืออวกาศในรัฐนิวเม็กซิโกที่มีมูลค่ามากกว่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6,000 ล้านบาท

    โดยการทดสอบของ VSS Unity เป็นไปตามแผนที่วางไว้ มีการจุดระเบิดมอเตอร์เป็นเวลาหนึ่งนาทีหรือมากกว่านั้น ก่อนจะปล่อยเครื่องบินอวกาศขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ และหลังจากนั้นภาพถ่ายของ NASA Spaceflight พบว่าเครื่องยนต์ของ VSS Unity จะกระพริบก่อนที่จะปิดเครื่องลง และซอฟต์แวร์ติดตามการบินแสดงผลทางหน้าจอพบว่าเครื่องบินอวกาศ VSS Unity ได้กลับมาลงจอดยังท่าเรืออวกาศเรียบร้อยแล้ว

    Virgin Galactic

    โดยโครงการทดสอบเครื่องบินอวกาศของVirgin Galacticนั้นต้องประสบกับปัญหาความล่าช้าจากหลายสาเหตุ โดยหนึ่งในนั้น คือ ความผิดพลาดร้ายแรงที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2014 ที่ทำให้นักบินทดสอบเสียชีวิตจากการทดสอบในครั้งนั้น และมาในปี 2020 ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 

    ทั้งนี้ Virgin Glactic ได้ย้ายโรงงานผลิตเครื่องบินอวกาศมาที่รัฐนิวเม็กซิโกเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี 2019 พร้อมทั้งปรับปรุงอาคารโดยสารใหม่ ที่รวมถึงการปรับปรุงห้องรับรองและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับรองรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางในระยะเวลาสั้นๆ สู่อวกาศนอกโลก

    โดยอัตราค่าบริการจะอยู่ระหว่าง 200,000 ถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6-7 ล้านบาท โดยปัจจุบัน Virgin Glactic มีลูกค้าประมาณ 600 ราย ที่พร้อมร่วมเดินทางไปกับ VSS Unity อย่างไรก็ตามเมื่อ VSS Unity ผ่านการทดสอบและพร้อมให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ บริษัทจะเชิญ Richard Branson ผู้ก่อตั้งVirgin Galacticเป็นผู้โดยสารรายแรกของ VSS Unity

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และเผยโฉม เทคโนโลยีใหม่ ที่กำลังจะเริ่มใช้ในอนาคตอันใกล้นี้! อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    Cryptocurrencies แหล่งฟอกเงินที่สำคัญของเหล่าบรรดาอาชญากร

    จากการศึกษาของหน่วยงานตรวจสอบหลักฐานการแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล หรือ The Digital Currencies Forensics Firm พบว่า ในปี 2020  มีการดำเนินการคดีทางอาญาประมาณ 13% เกิดขึ้นจากการซื้อขาย Bitcoin ผ่านระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีการป้องกันความเป็นส่วนตัวในระดับที่สูงมาก ทำให้ยากต่อการติดตามธุรกรรมผ่าน Cryptocurrencies ซึ่งการดำเนินคดีนั้นเพิ่มขึ้นจากปี 2019 ประมาณ 2 %

    Cryptocurrencies

    บรรดาอาชญากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในระบบการซื้อขาย Cryptocurrencies จะใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน

    นอกจากนี้ยังพบว่าบรรดาอาชญากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในระบบการซื้อขาย Crytocurrencies จะใช้เป็นแหล่งฟอกเงินที่มีจำนวนเงินหลายล้านดอลลาร์อยู่ในระบบ ถึงแม้ว่าการทำธุรกรรมของ Crytocurrencies นั้นจะถูกบันทึกอยู่ในบล็อกเชนที่เป็นแบบสาธารณะ ที่ทำให้ง่ายต่อการติดตามกระแสเงินทุนที่ไหลเวียนเข้าออกในระบบ

    แต่บรรดาอาชญากรที่ใช้ Crytocurrencies เพื่อการฟอกเงินนั้น จะใช้ระบบกระเป๋าเงินดิจิทัลเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวที่มีความหลากหลาย และไม่สามารถระบุชื่อในการทำธุรรรม Crytocurrencies ได้ จึงทำให้การติดตามธุรกรรมทางการเงินมีความซับซ้อนและยากมากขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการในเรื่องของ Crytocurrencies ได้กล่าวว่าการออกกฎหมายเพื่อควบคุมการทำธุรกรรมทางการเงินผ่าน Crytocurrencies นั้นเป็นเรื่องที่ท้าทายการทำงานของรัฐบาลในแต่ละประเทศเป็นอย่างมาก และจะทำให้การออกกฎหมายป้องกันการฟอกเงินถึงทางตันก็เป็นได้

    Cryptocurrencies

    โดยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาพบว่ามีการขโมยบัญชีผู้ใช้งานที่มีชื่อเสียงของ Twiiter ถูกขโมย Bitcoin จำนวน 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,600 ล้านบาท ผ่านระบบกระเป๋าเงินดิจิทัล เช่นเดียวกับมีการขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลประมาณ 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 8,400 ล้านบาท ที่เกิดจากการแลกเปลี่ยน KuCoin ในภูมิภาคเอเชียในเดือนกันยายนที่ผ่านมา

    นอกจากนี้ยังมีการพบว่าการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นเติบโตขึ้นอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่การกำกับดูแลของรัฐบาลยังไม่ครอบคลุม อีกทั้งยังไม่มีการกำหนดนโยบายทางการเงินที่ชัดเจนกับการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆ จึงทำให้ธุรกรรมการเงินดิจิทัลนั้นไม่มีการควบคุมและผันผวนตามความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยกลุ่มที่จะใช้เป็นแหล่งฟอกเงินก็ได้แก่ พ่อค้ายาเสพติด ค้าอาวุธเถื่อน ตลอดจนการค้าประเวณี ที่นิยมใช้ Cryptocurrencies เป็นแหล่งฟอกเงินให้กับธุรกิจนั่นเอง

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และ“หัวเหว่ย” ค่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดังที่โดนพิษจากนักการเมืองสหรัฐ อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    Big data ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ฐานข้อมูลสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี

    ด้วยความที่ตอนนี้โลกของเรามีพัฒนาด้านเทคโนโลยีทำให้เกิดชุดข้อมูลที่มีความยิ่งใหญ่มหาศาลเกินกว่าที่โปรแกรมธรรมดา ๆ ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้อย่าง Excel จะประเมินผลได้ ทั้งยังมีขนาดใหญ่เสียจนบุคคลธรรมดาที่ไม่มีโปรแกรมเฉพาะไม่สามารถครอบครองข้อมูลเหล่านี้ได้ ข้อมูลที่เราพูดถึงอยู่ตอนนี้คือ Big data ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ฐานข้อมูลสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี

    Big data คืออะไร และสำคัญอย่างไร

    Big dataชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ฐานข้อมูลสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี คือชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่เกิดจากการเก็บรวบรวมไว้ในโปรแกรมเฉพาะที่รองรับข้อมูลที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างตลอดเวลาได้ ทั้งนี้สิ่งที่จะเรียกว่า Big data ได้จะต้องประกอบไปด้วย 3 สิ่งด้วยกันนั่นคือ ปริมาณ ความหลากหลาย และการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและความหลากหลายอย่างต่อเนื่อง

    Big data

    เมื่อข้อมูลที่มีอยู่อยู่ภายใต้เงื่อนไขทั้งสามนี้เราจะรวมเรียกว่า Big data แน่นอนว่าชุดข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถมีหน่วยวัดใด ๆ มาวัดได้ เพราะมีการพัฒนาและเพิ่มของข้อมูลอย่างต่อเนื่องและเราไม่สามารถระบุได้ด้วยว่าข้อมูลจะเพิ่มขึ้นถึงขนาดไหนและเพิ่มขึ้นมากน้อยอย่างไร โดยปกติแล้วผู้ที่เป็นเจ้าของข้อมูลเหล่านี้และสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้ได้จะเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ๆที่ใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตเช่น Facebook, Netflix และ Spotify เป็นต้น

    ซึ่งทั้งสามแอพพลิเคชั่นจากบริษัทยักษ์ใหญ่จะใช้Big dataเพื่อเข้าถึงข้อมูลของผู้ที่ใช้งานอยู่ว่ามีความต้องการอยากเข้าถึงสินค้าหรือบริการใดเป็นพิเศษ โดยวิเคราะห์ข้อมูลผ่านสิ่งที่เรียกว่า Hadoop ซึ่งผลลัพธ์คือทางแอพลิเคชั่นสามารถยิงตัวอย่างของสินค้าหรือบริการที่ตรงใจกับผู้ใช่บริการมากที่สุด เช่น Netflix จะโฆษณาหนังและซีรีส์ที่มีความเกี่ยวข้องหรือคล้ายกับที่ผู้ใช้งานเคยดูเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกดูหนังที่ตัวเองชอบได้ง่ายขึ้น

    Big data

    ทาง Spotify ก็จะขึ้นเพลงที่มีความคล้ายคลึงกับเพลงที่ผู้ใช้งานเคยฟัง ไม่ว่าจะเป็นเพราะจากนักร้องคนเดียวกัน หรือเพลงที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่นเพลง Pop ที่กำลังติดชาร์ตอยู่ในขณะนี้เป็นต้น ในส่วนของเฟสบุ๊คจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อเข้าถึงตัวกลุ่มลูกค้าในการโฆษณาสินค้าที่มีความใกล้เคียงกับความชอบของผู้ใช้งานเฟสบุ๊คมากที่สุดนั่นเอง ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปรู้สึกว่าตัวเองถูกแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ฟังอยู่อย่างไรอย่างนั้นเลยล่ะ 

    Big dataชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ฐานข้อมูลสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี เป็นชื่อเรียกของชุดข้อมูลแบบใหม่ที่มีขนาดใหญ่เกินกว่าจะนับได้แต่ก็เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อบริษัทใหญ่ ๆ เพื่อการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอย่างตรงจุดด้วยนั่นเอง 

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และการใช้แอพคู่ หรือแอพพลิเคชั่นสองจอใน “เซอร์เฟสดูโอ้” อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    Zoom เตรียมพัฒนาให้สามารถได้กลิ่นและจับมือกันเสมือนจริงในโลกออนไลน์

    Zoom เป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับการประชุมและเรียนหนังสือทางออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ระหว่างการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยในการประชุมทางด้านเทคโนโลยี Web Submit ที่ผ่านมา Eric Yuan ผู้บริหารของบริษัทที่พัฒนาแอพพลิเคชั่น

    Zoom เตรียมพัฒนาระบบครั้งใหญ่ ให้มีความสมจริงมากขึ้น

    ทางZoomได้กล่าวว่าในอนาคตบริษัทจะพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่จะทำให้การประชุมเสมือนจริงผ่านทางออนไลน์นั้นมีความสามารถทางด้านกายภาพในลักษณะต่างๆ ได้แก่ การจับมือ หรือการได้รับกลิ่นกาแฟในระหว่างการประชุมออนไลน์ นอกจากนี้ยังได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าการทำงานแบบเต็มเวลาที่สำนักงานอาจจะลดลง

    zoom

    ถึงแม้ว่าจะมีวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ออกมาแล้วก็ตาม ดังนั้น Zoom ยังจะเป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้ในการประชุมและเรียนหนังสือทางออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตห้องทำงานสามารถอยู่ได้ทุกที่ทั่วโลก พนักงานไม่จำเป็นต้องเข้าสำนักงานเพื่อทำงาน เพื่อนั่งประชุมกันอีกต่อไป

    โดยZoomคาดว่าจะมีการจัดประชุมรวมตลอดทั้งปี 2020 มากถึง 3 ล้านล้านนาที ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน Zoom ได้แก่ การจัดการความเป็นส่วนตัว การรักษาความปลอดภัยของผู้ใช้งาน

    zoom

    ตลอดจนการใช้ Zoombombing ในการโทรหากันที่มีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นZoomจึงต้องพัฒนาตัวเองให้เร็วที่สุดเช่นกัน สำหรับตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานให้ได้ดีและสร้างความพึงพอให้กับผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด ซึ่งสิ่งที่Zoomคาดหวังจะให้เกิดขึ้นในอนาคต คือ การพัฒนาให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถจับมือกันแบบเสมือนจริงได้ หรือแม้แต่ได้รับกลิ่นของกาแฟกรุ่นๆ ระหว่างการประชุม เพื่อสร้างความผ่อนคลายในการประชุมได้เป็นอย่างดี

    ทั้งนี้Zoomเป็นเพียงซอฟต์แวร์ที่จัดจำหน่ายในทางธุรกิจเท่านั้น แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ Zoom ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยการลงทุนพัฒนาZoomครั้งแรกในปี 2011 มีหลายคนที่ไม่แน่ใจในการลงทุนกับ Zoom บางคนก็ปฏิเสธที่จะให้เงินลงทุน แต่เมื่อเดือนเมษายน ปี 2019 Zoom เปิดตัวในตลาดหุ้นนิวยอร์ค และปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 9.2 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ซึ่ง Yuan ได้ให้ความเห็นว่า Zoom คือ สิ่งที่ฝันถึงมาตลอดและวันนี้ฝันของตัวเขาเป็นจริงแล้ว

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และซัมซุงกาแลคซี่เอ (Galaxy A12 และ A02) เตรียมเปิดตัวเป็นรุ่นแรกของปี 2021 อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    เผยโฉม เทคโนโลยีใหม่ ที่กำลังจะเริ่มใช้ในอนาคตอันใกล้นี้!

    ใกล้จะหมดปี 2020 กันแล้วมาอัพเดต เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กำลังจะมีการผลิตหรือกำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนากันเสียหน่อยดีกว่า เชื่อว่าบางเทคโนโลยีหลายคนอาจจะรู้จักกันมาแล้วแต่บางอย่างก็ยังไม่รู้จักกัน ดังนั้นมาดูอัพเดตเทคโนโลยีใหม่ ๆ กันดีกว่า เผยโฉมเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเริ่มใช้ในอนาคตอันใกล้นี้!

    แนะนำ เทคโนโลยีใหม่ ที่พวกเรากำลังจะได้ใช้กัน

    Perovskite Solar Cell

    Perovskite Solar Cell – เผยโฉมเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเริ่มใช้ในอนาคตอันใกล้นี้! การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เป็นเทคโนโลยีที่มีขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้วแต่ยังไม่ได้ถูกใช้งานกันอย่างแพร่หลายเพราะพลังงานที่ได้จากแสงอาทิตย์แล้วแปรเปลี่ยนมาเป็นพลังงานไฟฟ้าได้น้อยและไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายในการผลิตแผงโซล่าเซลล์ที่มหาศาลอีกด้วย แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่สามารถลดค่าใช้จ่ายลงไปได้เกือบ 50% เลยทีเดียว จึงทำให้เรามีความหวังว่าใช้ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จะกลายเป็นเรื่องที่สามารถใช้งานได้ในครัวเรือนมากขึ้น

    Next Generation Lithium Ion Batteries

    Next Generation Lithium Ion Batteries – เผยโฉมเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเริ่มใช้ในอนาคตอันใกล้นี้! เนื่องแชจากแบตเตอรี่เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในธุรกิจยานยนต์ของสังคมปัจจุบัน ทว่าในหมู่แบตเตอรี่ทั้งหลายก็ยังไม่มีสิ่งใดที่เป็นที่สุดที่สามารถรองรับการทำงานได้อย่างรอบด้ายดังนั้นคาดว่าในรุ่นถัด ๆ ไปของแบตเตอรี่ลิเที่ยมจะสามารถสร้างแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจนสามารถใช้งานได้รอบด้านนั่นเอง 

    Exoskeleton เทคโนโลยีใหม่

    Exoskeleton – เผยโฉมเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเริ่มใช้ในอนาคตอันใกล้นี้! คือการวิจัยสร้างโครงเหล็กขึ้นมาช่วยเหลือผู้พิการและไม่สามารถขยับตัวได้ ซึ่งนี่เป็นโครงการที่มีการคิดค้นมาแล้วระยะหนึ่งซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้วมากเลยล่ะ แม้จะยังไม่มีการใช้งานอย่างทั่วถึงเนื่องจากค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพที่ยังไม่เสถียรแต่ในอนาคตจะมีการพัฒนาที่เหนือชั้นขึ้นไป

    Microbial Multifunctional Fiber เทคโนโลยีใหม่

    Microbial Multifunctional Fiber – เผยโฉมเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเริ่มใช้ในอนาคตอันใกล้นี้! ไฟเบอร์ที่เรานำมาพูดถึงครั้งนี้คือเซลลูโลสที่อยู่ในระดับเซลล์ของพืช ด้วยเทคโนโลยีใหม่ทำให้เกิดการใช้เซลลูโลสทางด้านอาหารและทางด้านการรักษาต่าง ๆ เช่นการผลิตไอศกรีมและเต้าหู้ หรือการผลิต Biofilm ออกมาเพื่อการรักษาแผลบนผิวหนังต่าง ๆ 

    เทคโนโลยีใหม่ Companion Diagnostics

    Companion Diagnostics – เผยโฉมเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะเริ่มใช้ในอนาคตอันใกล้นี้! เทคโนโลยีที่สามารถสร้างสมองเทียมขึ้นมาได้ โดยเอาไว้ใช้สำหรับการทดลองยาเพื่อรักษาโรคร้ายต่าง ๆ โดยเจ้าสมองเทียมที่สร้างขึ้นนี้มีความคล้ายกับของมนุษย์จริงมาจนสามารถใช้ลองยาแทนคนจริงได้เลยล่ะ ในอนาคตคาดว่าจะสามารถใช้เพื่อทดลองหาทางรักษาโรคร้ายต่าง ๆ เช่นมะเร็งได้

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีด้านยานยนต์ ที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่รู้จบ! อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    Add your widget here