Security

    Chrome สามารถค้นหารหัสผ่านของผู้ใช้ที่ถูกแฮ็กบน Android และ iPhone ได้แล้ว

    Google ได้ประกาศว่าได้มีการพัฒนา Chrome ที่ทำงานบนสมาร์โฟน สามารถตรวจสอบได้ว่ารหัสผ่านของผู้ใช้งานถูกแฮ็กหรือไม่ ซึ่งก่อนหน้าที่ฟังก์ชั่นการตรวจสอบดังกล่าวจะสามารถใช้งานได้เฉพาะคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ตอนนี้สามารถนำมาใช้งานได้ทั้งกับสมาร์โฟนของ Apple อย่าง iPhone และสมาร์ทโฟนรายอื่นๆ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ของ Google

    Chrome สามารถตรวจสอบได้ว่ารหัสผ่านของผู้ใช้งานถูกแฮ็กหรือไม่

    นอกจากนี้ Google ยังได้รวบรวมแนวคิดของ Apple เพื่อทำให้การเปลี่ยนรหัสผ่านของผู้ใช้งานทำได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้การทำงานของChromeนั้นจะส่งชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Google เพื่อตรวจสอบว่าผู้ใช้งานถูกบุกรุกจากการละเมิดข้อมูลหรือไม่ โดย Google เองก็ไม่สามารถมองเห็นชื่อผู้ใช้หรือรหัสผ่านได้ แต่จะใช้การตรวจสอบแทนว่าตรงกับชื่อที่ถูกบุกรุกหรือไม่เท่านั้น

    Chrome

    โดยการตรวจสอบรหัสผ่านของ Google มาพร้อมกับการเปิดตัวChrome 86 ที่ใช้งานได้เฉพาะเวลาที่ใช้ Chromeเพื่อเก็บรหัสผ่านเท่านั้น และนอกจากนี้แนวคิดดังกล่าวยังรวมอยู่ในการจัดการรหัสผ่านของบุคคลที่สาม เช่น 1Password และในเบราว์เซอร์ต่างๆ เช่น Mozilla Firefox Apple Safari และ Microsoft Edge 

    ทั้งนี้การใช้งานฟังก์ชั่นดังกล่าวของChrome นั้นแสดงให้เห็นว่า Google จะมีอิทธิพลเหนือเว็บไซต์ต่างๆ ที่ Google กำลังก้าวไปอย่างรวดเร็วที่สุด โดยส่วนหนึ่งที่ Google และ Apple จะใช่ร่วมกัน คือ ฟีเจอร์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนรหัสผ่านได้ง่ายขึ้น

    ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่พัฒนาโดยวิศวกรของ Apple ที่ทำให้ซอฟต์แวร์อย่างเช่น เบราว์เซอร์หรือตัวจัดการรหัสผ่านสามารถค้นหาที่อยู่ของเว็บไซต์ เพื่อเปลี่ยนรหัสผ่านได้ โดยปัจจุบัน Google ได้รองรับ Chrome86 แล้ว

    Chrome

    นอกจากนี้Chrome 86ใน iOS ยังเพิ่มการสนับสนุนสำหรับการป้องกันของChrome และ Android มีอยู่แล้ว ซึ่งจำเป็นที่จะต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิไบโอเมตริกซ์ เช่น การตรวจสอบลายมือ ก่อนที่เบราว์เซอร์จะป้อนชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของผู้ใช้โดยอัตโนมัติลงในเว็บไซต์ และเบราว์เซอร์ตัวใหม่ได้เพิ่มตัวเลือกของ Google ที่เรียกว่า Enhanced Safe Browsing ให้กับอุปกรณ์ Android ที่ได้มีการออกแบบมาเพื่อลดการโจมตีแบบฟิชชิง เพื่อขโมยข้อมูลรับรองชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของผู้ใช้ หรือข้อมูลที่ละเอียดอ่อนอื่นๆ

    และถ้าหากมีการเปิดใช้งานระบบChrome จะส่งข้อมูลการท่องเว็บไซต์แบบเรียลไทม์ไปยัง Google ซึ่งหากมีการลงชื่อเข้าใช้ก็จะช่วยให้ Google สามารถจับการโจมตีที่รวดเร็ว ซึ่งสามารถหลบเลี่ยงรายการเว็บไซต์ที่ถูกบล็อกจากChrome ทั้งนี้Chrome จะมีการอัพเดตทุก 30 นาที และยังจะช่วยให้ Google สามารถตรวจสอบปัญหาด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับการบริการอื่นๆ เช่น Gmail และ Google Workspace ที่จะเป็นชื่อใหม่สำหรับเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพ G Suit ของ Google

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และเรื่องราวเกี่ยวกับความปลอดภัยอื่นๆ เช่น เทรนด์การอ่านข่าวสารที่แชร์กันมาของทวิตเตอร์เพื่อกัน “ข่าวปลอม” อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    Add your widget here