มือถือ

    “หัวเหว่ย” ที่กำลังอาจจะเลิกวางจำหน่ายโทรศัพท์เรือธงแล้ว

    เป็นผลกระทบลูกโซ่ไปแล้ว เมื่อทาง หัวเหว่ย ที่กำลังโดนแทรกแซงจากประเทศสหรัฐอเมริกาจนทำให้พวกเขาไม่สามารถทำธุรกิจได้อย่างเดิม จนกระทั่งช่วงปีที่ผ่านมา ทางบริษัทจะต้องขายแบรนด์ลูกอย่างออเนอร์ไปให้กับบริษัทเพื่อที่จะให้สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กของพวกเขาวางจำหน่ายได้ต่อไป ก่อนที่ต่อมาจะมีข่าวลือหลุดออกมาอีกรอบว่า ทางยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนอาจตัดสินใจเลิกขายโทรศัพท์เรือธงของพวกเขาไปเลยหรืออาจขายสิทธินี้ไปให้บริษัทอื่น ๆ แทนนั่นเอง

    หัวเหว่ย

    บริษัท หัวเหว่ย ที่เตรียมจะขายแบรนด์ออเนอร์ทิ้งไป

    จากการรายงานข่าวของทางรอยเตอร์ที่เคยออกมาให้ข้อมูล ข่าวคอมพิวเตอร์ อย่างถูกต้องของบริษัทหัวเหว่ยที่เตรียมจะขายแบรนด์ออเนอร์ทิ้งไป “เสียวหมี่” (Xiaomi) ที่กำลังจะผลิตโทรศัพท์จอสไลด์สุดล้ำ ก่อนที่จะเกิดขึ้นจริงในเวลาต่อมา จนล่าสุดนั้นมีข่าวหลุดเริ่มมาอีกว่า บริษัทอาจเลือกขายโทรศัพท์เรือธงอย่างเมทหรือพีออกไปให้บริษัทอื่นที่ให้ความสนใจแทน

    แม้ว่าในปัจจุบันการขายสิทธินี้อาจจะยังไม่ได้เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ แต่ดูเหมือนว่าทางบริษัทเทคโนโลยีก็น่าจะเริ่มเจรจากับองค์กรที่น่าจะมีการสนับสนุนของรัฐบาลมาให้ความช่วยเหลือจากวิกฤตครั้งนี้ รวมถึงน่าจะเป็นการรวมตัวของกลุ่มนักลงทุนและทีมการตลาดของประเทศอีกด้วย

    หัวเหว่ย

    ย้อนไปในเดือนกันยายนปี 2020 ทางหัวเหว่ยได้เริ่มมีไอเดียที่จะขายแบรนด์โทรศัพท์ต่าง ๆ ของพวกเขาให้กับบริษัทอื่น ๆ รวมถึงยังไม่มีการประเมินว่า สิทธิที่ว่านั้นจะตีออกมาเป็นมูลค่าเท่าไหร่อีกด้วยและยังไม่มีการตัดสินใจใด ๆ จากทั้งสองฝ่าย โดยทางบริษัทจากประเทศจีนก็ยังคาดหวังอยู่ว่า พวกเขาจะสามารถผลิตชิพตัวหลักอย่างคิรินได้ต่อไป

    แต่ทว่าจากคำสั่งที่เข้มงวดของประเทศสหรัฐอเมริกาก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำธุรกิจได้ตามที่ต้องการ ซึ่งทางสำนักข่าวดังก็พยายามจะขอความเห็นของทั้งสองฝ่าย แม้จะไม่มีคำตอบใด ๆ มาจากทั้งสองก็ตาม เหมือนว่า หัวเหว่ยเองก็คงจะต้องดิ้นรนจากธุรกิจต่อไปในอนาคต หลังจากที่ เกมพาโล พวกเขาอาจโดนผลกระทบหนักจนทำให้พวกเขาไม่สามารถผลิตโทรศัพท์เรือธงต่าง ๆ ได้อีกต่อไป อีกทั้งอาจจะต้องขายแบรนด์อื่นของตัวเองทิ้งไปแบบไม่มีทางเลือกเพื่อให้บริษัทยังดำเนินอยู่นั่นเอง

    มือถือ

    “หัวเหว่ย” ค่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดังที่โดนพิษจากนักการเมืองสหรัฐ

    นับว่าเป็นโชคร้ายของบริษัท หัวเหว่ย ก็ว่าได้ หลังจากที่พวกเขาต้องประสบปัญหายอดขายตกลงไปอย่างมากมาย เนื่องจากการสงครามประสาทระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกากับประเทศจีนจนทำให้ทางฝ่ายแรกไม่ยอมให้มีการค้าต่างๆ กับบริษัทดังนี้อีกต่อไป โดยทางผู้ก่อตั้งอย่างเริน เจิงเฟยก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ว่า มันเกิดจากนักการเมืองสหรัฐบางกลุ่มที่ต้องการให้พวกเขาเสียหายจนปิดตัวไปเลยนั่นเอง

    หัวเหว่ย

    สงครามประสาทระหว่างสหรัฐกับจีนส่งผลให้ยอดขายของ หัวเหว่ย ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

    คำพูดของเริน เจิงเฟยที่ได้ออกมากล่าวกับลูกน้องในอดีตบริษัทลูกของหัวเหว่ยอย่างออร์เนอร์ก็คือ เขาต้องการให้พนักงานในบริษัททำงานกันอย่างหนัก เพื่อจะสร้างยอดขายที่เกินจากบริษัทเก่าให้ได้ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากเนื่องจากค่ายมือถือรุ่นพี่เก่าเคยมียอดขายมากึงอันดับสองของโลกมาแล้ว รวมถึงเป็นบริษัทที่มีกำลังผลิตสูงเป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย แต่ทว่าพวกเขากลับได้รับผลกระทบที่คาดไม่ถึงเช่นกัน

    หัวเหว่ย

    โชคยังดีที่ทางหัวเหว่ยยังได้จัดการขายบริษัทออร์เนอร์ออกไปให้กับคนอื่น ก่อนที่บริษัทจำเป็นต้องปิดตัวลงและอาจทำให้คนนับหมื่นต้องตกงานในช่วงที่เศรษฐกิจยังได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งทางเริน เจิงเฟยก็ออกมาชี้ว่าเป็นเพราะการแทรกแซงของรัฐบาล รวมถึงนักการเมืองสหรัฐนั่นเองที่ต้องการจะปิดตัวพวกเขา ไม่ใช่เพื่อทำสิ่งที่ถูกต้องด้วยซ้ำ โดยการมาของโจ ไบเดนน่าจะช่วยคลายสถานการณ์ที่พวกเขาเจอไปไม่น้อยเลยทีเดียว

    คำพูดของเริน เจิงเฟยอาจพอเข้าใจได้ในฐานะผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเหว่ย แต่ทว่าจากข่าวที่มีข้อมูลผู้ใช้จากประเทศสหรัฐอเมริกาตกไปยังที่อื่นๆ จากโทรศัพท์ของพวกเขาก็เป็นเหตุให้เหล่านักการเมืองสหรัฐเลือกที่จะลงมือสั่งห้ามทำธุรกิจเพื่อปกป้องคนใประเทศนั่นเอง

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และเร็วแรงสนองได้ทุกมิติของการเล่นเกมไปกับสมาร์ทโฟนจากทาง OPPO รุ่น “Ace 2” อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    Add your widget here