เทคโนโลยี

    Serotonin ระบบ AI ที่ช่วยในการศึกษาการใช้ยาทางจิตเวชและการนอนหลับได้

    Serotonin ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยสมองของ NIH ผ่านโครงการ Advancing Innovative Neurotechnologies ซึ่งเป็นโครงการที่มีจุดมุ่งหมายในการปฎิวัติความเข้าใจเกี่ยวกับสมองของมนุษย์ ทั้งที่มีสุขภาพที่ดีและที่มีโรคประจำตัว

    มาทำความรู้จักกับ Serotonin กันเถอะ

    หลักการของSerotoninจะเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ตรวจจับระดับของสารเซโรโทนินที่อยู่ในสมองอย่างละเอียดแบบเรียลไทม์ในระหว่างการนอนหลับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด รวมทั้งใช้ทดสอบประสิทธิภาพการออกฤทธิ์ของยาจิตเวชที่ได้รับการพัฒนาออกมาใช้ใหม่กับผู้ป่วยด้วย

    Serotonin

    นอกจากนี้Serotoninที่ได้รับการพัฒนาในครั้งนี้ จะเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ที่จะช่วยตรวจสอบการแพร่กระจายของสารเซโรโทนินในสมองที่ให้ผลลัพธ์ที่มีความเที่ยงตรงได้มากกว่าวิธีในปัจจุบันที่เป็นการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของการส่งสัญญาณเซโรโทนินในวงกว้างเท่านั้น แต่ Serotonin ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่เป็นการใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรมชั้นสูง สำหรับการเปลี่ยนโปรตีนของแบคทีเรียรูปกาบหอยแครงที่สามารถจับสารอาหารและแปลงให้เป็นเซ็นเซอร์ที่มีความไวสูงและจะเรืองแสงเมื่อตรวจจับกับสารเซโรโทนินในสมอง

    โดยนักวิจัยจะใช้อัลกอริธึมที่ออกมาใหม่ถึง 250,000 แบบ สำหรับการทดลองระบบปัญญาประดิษฐ์ Serotonin สำหรับตรวจวัดระดับเซโรโทนินในสมองที่มีปฏิกิริยากับสารสื่อประสาทและยาทางจิตเวชที่ใช้ โดยในการทดลองพบว่า Serotonin สามารถตอบสนองต่อสัญญาณของสารเซโรโทนินที่เดินทางระหว่างเซลล์ประสาทจุดที่มีสารซินแนปติก และเมื่อทำการทดลองเกี่ยงกับเซลล์ใน Petri จะพบว่า Serotonin สามารถตรวจพบสัญญาณที่เปลี่ยนแปลงจากการได้รับยาแก้โรคซึมเศร้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการตรวจพบสาร MDMA ที่มีในโคเคนด้วยเช่นกัน

    Serotonin

    นอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังได้นำระบบปัญญาประดิษฐ์ Serotonin ไปทดสอบกับหนู เพื่อพิสูจน์ได้ว่าสารเซโรโทนินนั้นสามารถแสดงสภาพทางธรรมชาติของสิ่งมีชิวิตได้ โดยจะใช้ความสัมพันธ์ของระดับของเซโรโทรนินกับสภาพโดยทั่วไปของสิ่งมีชีวิต เช่น การนอนหลับ การตื่นนอน เป็นต้น ตลอดจนได้นำไปทดลองเกี่ยวกับระดับความกลัวของสิ่งมีชิวิตที่จะมีผลต่อสารเซโรโทนินในสมองได้ ซึ่งผลการทดสอบที่ได้จะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถคิดค้นและพัฒนายารักษาโรคที่เกิดขึ้นทางจิตเวชและอาการนอนไม่หลับได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และทราบหรือไม่…? 5 ความเชื่อที่คนส่วนใหญ่มักเข้าผิดเกี่ยวกับ สมาร์ทโฟน อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    เทคโนโลยี

    MuZero ปัญญาประดิษฐ์ที่มีความเชี่ยวชาญในการเล่นวิดีโอเกมของ DeepMind

    DeepMind บริษัทสตาร์ทอัพจากประเทศอังกฤษที่ปัจจุบันเป็นหนึ่งในบริษัทลูกของ Google ได้พัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ใช้ชื่อว่า MuZero ที่มีความคิดและประสิทธิภาพเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่ามนุษย์ โดยได้ทำการทดสอบให้MuZeroเล่นวิดีโอเกมรุ่นเก่าอย่าง Artati หมากรุก หมากล้อม (โกะ) และหมากรุกญี่ปุ่น โดยที่ไม่ได้มีการใส่เงื่อนไขของการเล่น เพื่อที่จะให้ MuZero สามารถตัดสินใจเล่นได้ด้วยตัวเอง ซึ่ง MuZero สามารถวางแผนการเล่นล่วงหน้าที่ซับซ้อนได้เป็นอย่างดีในการเล่นหมากรุก 

    MuZero

    MuZero ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่มีความคิดและประสิทธิภาพเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่ามนุษย์

    ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถเข้าเงื่อนไขที่ซับซ้อนและสามารถตัดสินใจบนโลกแห่งความเป็นจริงได้ โดยที่ไม่มีการใส่โปรแกรมการตัดสินใจไว้ล่วงหน้า การพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ที่เริ่มจากการลองผิดลองถูก จนสามารถค้นพบเงื่อนไขที่สามารถทำให้ MuZero สามารถมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่าและเหนือกว่ามนุษย์ได้

    ทั้งนี้ได้มีการเปรียบเทียบ MuZero อาจจะเหมือนกับโปรแกรม DQN ที่มีสามารถเล่นวิดีโอเกม Atari ชนะมนุษย์ได้ หรือ โปรแกรม AlphaGo ที่สามารถเล่นหมากล้อมชนะนักแข่งอย่าง Lee Sedol เมื่อปี 2016 ได้ ภายหลังจากที่ทั้งสองโปรแกรมในอดีตได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีก่อนที่จะลงแข่งกับมนุษย์

    ทั้งนี้มีการคาดการณ์ไว้ว่า MuZero สามารถจะนำไปใช้ประโยชน์จริงในอนาคต โดยบริษัท DeepMind พยายามจะคิดค้นการบีบอัดวิดีโอในรูปแบบใหม่ที่ใช้อัลกอลิทึมเดียวกันกับที่ใช้กับการพัฒนา MuZero ให้สามารถเล่นหมากล้อมชนะมนุษย์ได้ ซึ่งนั้นจะช่วยทำให้ประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บไฟล์วิดีโอได้เป็นอย่างมาก

    MuZero

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพลตฟอร์มเผยแพร่วิดีโอยอดนิยมอย่าง YouTube ที่เป็นบริษัทหนึ่งของ Google จะได้รับประโยชน์จากความสำเร็จของการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ MuZero เป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยให้ YouTube สามารถประหยัดพื้นที่การจัดเก็บวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มของตัวเองได้เป็นจำนวนมาก

    โดย DeepMind เป็นสตาร์ทอัพจากประเทศอังกฤษที่ก่อตั้งโดย Demis Hassabis, Shane Legg และ Mustafa Suleyman เมื่อปี ค.ศ.2011 เพื่อพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ให้มีความสามารถในการเรียนรู้การเล่นวิดีโอเกมให้เทียบเท่ามนุษย์ที่ส่งผลให้สามารถพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถเลียนแบบความทรงจำระยะสั้นของมนุษย์ ต่อจากนั้นในปี ค.ศ.2014 Google ได้เข้าซื้อกิจการของ DeepMind ด้วยมูลค่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 12,000 ล้านบาท และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Google DeepMind

    หากคุณไม่อยากพลาดข่าวคอมพิวเตอร์ และไม่ต้องซื้อเครื่องดนตรีก็ทำเสียงเพลงเองได้ด้วยแอพพลิเคชั่น GarangBrand อย่าลืมติดตามกันได้ที่ mambodocman.com

    Add your widget here